ทำไมต้องใช้ปุ๋ยสั่งตัด
         คำแนะนำการใช้ปุ๋ยสำหรับพืชเศรษฐกิจของประเทศยังคงเป็นคำแนะนำอย่างกว้างๆ อัตราการใช้ปุ๋ยและสูตรปุ๋ยไม่เฉพาะเจาะจงสำหรับดินหรือพืชแต่ละชนิด รวมทั้งไม่คำถึงถึงปริมาณธาตุอาหาร พืชที่มีอยู่ในดินขณะนั้น จึงเป็นคำแนะนำปุ๋ยแบบ "เสื้อโหล" ทำให้การใช้ปุ๋ยไม่ตรงกับความต้องการของพืช ถ้าใส่ปุ๋ยให้แก่พืชมากเกินไป นอกจากสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายแล้ว ยังทำให้เกิดโรคและแมลง ระบาดมากขึ้น แต่ถ้าใส่ปุ๋ยไม่เพียงพอ จะทำให้ธาตุอาหารพืชในดินลดน้อยลง ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตและให้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร 
 
 

ปุ๋ยสั่งตัดเป็นอย่างไร
         การใช้ปุ๋ยเคมีแบบ "สั่งตัด" คือ การจัดการธาตุอาหารพืชเฉพาะพื้นที่ โดยนำข้อมูลชุดดินและข้อมูล เอ็น-พี-เค ในดินมาประกอบการตัดสินใจเลือกสูตรปุ๋ย และกำหนดปริมาณปุ๋ยในการปลูกพืช เป็นการใช้ปุ๋ยเคมีตามชุดดินและค่าวิเคราะห์ดิน นอกจากนี้ยังนำปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของพืช เช่น พันธุ์พืช แสงแดด อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ฯลฯ มาสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์โดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมีอีกด้วย

ขั้นตอนการใช้ปุ๋ยสั่งตัด
         ขั้นที่ 1 ตรวจสอบข้อมูลชุดิน 
สอบถามข้อมูลชุดดินได้ที่สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด หรือใช้คู่มือตรวจสอบชุดดิน
ที่ทีมงาน ของ ศ.ดร.ทัศนีย์  อัตตะนันทน์ ได้จัดทำขึ้น ทั้งดินไร่และดินนา
         ขั้นที่ 2 ตรวจสอบปริมาณ เอ็น-พี-เค ในดิน  เก็บตัวอย่างดิน และวิเคราะห์ เอ็น-พี-เค ในดิน โดยใช้ชุดตรวจสอบ
N-P-K ในดินแบบรวดเร็ว ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 นาที
         ขั้นที่ 3 ใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำ  ศึกษาจากคู่มือคำแนะนำการใช้ปุ๋ย หรือโปรแกรม SimRice หรือ SimCorn ในเว็บไซต์ www.ssnm.info และสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทรศัพท์ 
02-942-8104-5 แฟกซ์ 02-942-8106
         หมายเหตุ สำหร้บข้าวและพืชไร่ ควรวิเคราะห์ดินก่อนการปลูกพืชทุกครั้ง (3-4 ครั้งแรก) เพื่อปรับคำแนะนำการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพของดินในไร่นา โดยการสังเกตการเจริญเติบโตของพืช หลังจากนั้นควรวิเคราะห์ดินทุกๆ 2 ปี
                                                                                                                                              
 

แนวคิดเรื่องปุ๋ยสั่งตัด
 
 
 
ปุ๋ยสั่งตัด คืออะไร
(รายการทิดบ้วนชวยคุย ช่วงภาษาเกษตร - 5 มิ.ย.54)
 

โครงการ "ปุ๋ยสั่งตัด" เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
 

เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ครม.ได้อนุมัติโครงการ "ปุ๋ยสั่งตัด" เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
ในระยะแรกจะดำเนินการเฉพาะข้าวนาปี 2554 เป็นการแนะนำ "ปุ๋ยสั่งตัด" สำหรับข้าวเป็นรายตำบล
ส่วนในระยะต่อไป จะเป็นมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย ยางพารา และปาล์มน้ำมัน
ชาวนาที่สนใจต้องแสดงความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่ ธกส. [รายละเอียด...]
 

 เกษตรกรตัวอย่าง

 
                                             [ดูคลิปวิดีโอปุ๋ยสั่งตัดทั้งหมด]
 
 
รายละเอียดเพิ่มเติม
คุณสุรโชติ ชาลสิทธิ์
มือถือ : 083-1893255
อีเมล : surachoti@yahoo.com

 
 
 
ผู้ควบคุมคุณภาพ
มูลนิธิพลังนิเวศและชุมชน
ดร.ประทีป วีระพัฒนนิรันดร์
มือถือ : 081-3065373
อีเมล :
prateep.v@pan-group.com
 
 
 

 
ชุดตรวจสอบ NPK ในดิน
ใส่ปุ๋ยถูกต้อง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ลดปัญหาโรคแมลง
 
 

คุณภาพของดิน คือ รากฐานของชีวิตเกษตรกร
นอกจากพันธุกรรมพืช  น้ำ (ฝน/ชลประทาน)  ลม (ความชื้น)  ไฟ (อุณหภูมิ)  และการจัดการของเกษตรกรที่เป็นปัจจัย
ควบคุมการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของพืชแล้ว คุณภาพของดินยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
ต่อความสำเร็จของการเพาะปลูกพืช ดังนั้น คุณภาพของดินจึงเปรียบเสมือนรากฐานของชีวิตเกษตรกร

 
เทคโนโลยีใหม่ : การจัดการธาตุอาหารพืชเฉพาะพื้นที่
พืชต้องการธาตุอาหาร 17 ธาตุ พืชได้ 3 ธาตุจากน้ำและอากาศ ส่วนอีก 14 ธาตุได้จากดิน และใน 14 ธาตุนั้น 3 ธาตุที่
พืชใช้มาก ได้แก่ ไนโตรเจน (เอ็น, N) ฟอสฟอรัส (พี, P) และโพแทสเซียม (เค, K)  เรียกว่า ธาตุอาหารหลัก ตัวอย่างเช่น
ปุ๋ยเคมีที่ขายทั่วไป สูตร 16-20-0 สูตร 15-15-15 เป็นต้น ที่เหลืออีก 10 ธาตุนั้น พืชใช้ในน้อย เรียกว่า ธาตุอาหารรองและ
ธาตุอาหารเสริม (จุลธาตุ)  เช่น เหล็ก (Fe) สังกะสี (Zn) โบรอน (B)   ถ้าต้องการให้พืชเจริญเติบโตได้ปกติ  พืชต้องได้รับ
ธาตุอาหารครบถ้วนและพอเพียง ถ้าขาดธาตุใดธาตุหนึ่ง ธาตุนั้นจะจำกัดการเจริญเติบโตของพืช
ประเทศไทยมีดินที่ใช้เพาะปลูกพืชมากกว่า 200 ชุดดิน  มีศักยภาพ (กำลัง) ที่แตกต่างกัน   การจำแนกชุดดินใช้สมบัติ
ของดินที่เปลี่ยนแปลงยาก ได้แก่ เนื้อดิน สีดิน ความลึก ความเป็นกรด-ด่าง เป็นต้น  ข้อมูลชุดดินจึงไม่เปลี่ยน แตกต่างจาก
ความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ผันแปรไปตามการใช้ที่ดินและการจัดการดิน จึงควรนำข้อมูลชุดดินมาพิจารณาในการใช้ปุ๋ยด้วย
 
“ขณะที่ผลผลิตราคาถูก แต่ปุ๋ยเคมีราคาแพง
คำแนะนำปุ๋ยแบบหยาบๆ ที่ใช้กันอยู่
จึงไม่เหมาะสมกับยุคสมัยอีกต่อไป
เกษตรกรควรนำข้อมูลชุดดิน และข้อมูล NPK ในดิน
มาประกอบการตัดสินใจใช้ปุ๋ยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

การจัดการธาตุอาหารพืชเฉพาะพื้นที่ช่วยให้การใช้ปุ๋ยถูกต้องมากขึ้น เนื่องจากนำปัจจัยที่เกี่ยวข้อง  
ทั้งพันธุ์กรรมพืช อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำฝน ชุดดิน ปริมาณ NPK ในดิน ฯลฯ
มาพิจารณาร่วมกันโดยสร้างแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์
เพื่อพัฒนา “เครื่องมือ” ช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้ปุ๋ยได้ถูกต้องด้วยตนเอง
 

พิธีลงนามข้อตกลงการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์
 
 
 
         เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2550 ศูนย์พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีรัฐร่วมเอกชนได้จัดพิธีลงนามข้อตกลง “การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์การผลิตชุดตรวจสอบ NPK ในดิน”  ระหว่างกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
และมูลนิธิพลังนิเวศและชุมชน  ณ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
         ความเป็นมาของผลงานดังกล่าว  สกว. ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัย  “การพัฒนาระบบคำแนะนำปุ๋ยเคมีสำหรับข้าวโพด ข้าว และอ้อย” แก่มหาวิทยาลัยฯ  โดยมี  ศ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์   เป็นหัวหน้าโครงการ   และได้พัฒนาชุดตรวจสอบ NPK ในดิน   ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์เลขที่ 046888 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2548
         มูลนิธิฯ ได้แสดงความประสงค์ขออนุญาตใช้สิทธิ์   เพื่อนำไปจัดหาผู้ผลิต   และผู้จัดจำหน่าย   ภายใต้เงื่อนไขที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร ชุมชน สังคม และงานวิจัยดินและปุ๋ย  สกว. และมหาวิทยาลัยฯ จึงได้ตกลงร่วมกันอนุญาตให้มูลนิธิฯ  ดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2550 เป็นต้นไป รวมระยะเวลา 7 ปี
 

เอกสารประชาสัมพันธ์ สไลด์แนะนำ
 
 

รางวัลเทคโนโลยีดีเด่น ประเภทกลุ่ม ประจำปี 2552
 


เว็บไซต์ปุ๋ยสั่งตัดอย่างเป็นทางการ
ติดตามข่าวสาร การฝึกอบรมการใช้ปุ๋ยสั่งตัดได้ที่เว็บไซต์



โปรแกรมปุ๋ยสั่งตัด (ดาว์นโหลดฟรี) 
 
ระบบคำแนะนำธาตุอาหาร เฉพาะพื้นที่ สำหรับข้าวโพด (SimCorn) 
    •  เป็นโปรแกรมกึ่งสำเร็จรูปที่พัฒนาบน MS Access 2000 
    •  สามารถเปิดเรียกใช้งานได้ด้วย MS Access รุ่น 2000 ขึ้นไป 
    •  สามารถเรียกดู สมบัติชุดดินที่ใช้ปลูกข้าวโพด ได้ 75 ชุดดิน 
    •  สามารถสืบค้นหา "ชุดดิน" ได้โดยใช้สมบัติดินบางประการ เช่น เนื้อดิน, สีดิน,
       ชิ้นส่วนหยาบ เป็นต้น 
    •  มีคำแนะนำธาตุอาหารเฉพาะพื้นที่ สำหรับข้าวโพดในพื้นที่ 19 จังหวัด 
    •  มีระบบคำนวณการผสมปุ๋ยจากแม่ปุ๋ยหลัก เพื่อให้ได้ปุ๋ยผสมตามสูตรที่ต้องการ
    •  v.1.0.4 (9.65 MB)   [ดาว์นโหลด...] 
 
 
 
ระบบคำแนะนำธาตุอาหาร เฉพาะพื้นที่ สำหรับข้าว (SimRice) 
    •  เป็นโปรแกรมกึ่งสำเร็จรูปที่พัฒนาบน MS Access 2000 
    •  สามารถเปิดเรียกใช้งานได้ด้วย MS Access รุ่น 2000 ขึ้นไป 
    •  มีคำแนะนำธาตุอาหารเฉพาะพื้นที่ สำหรับข้าวในพื้นที่ 12 จังหวัด 
    •  มีระบบคำนวณการผสมปุ๋ยจากแม่ปุ๋ยหลัก เพื่อให้ได้ปุ๋ยผสมตามสูตรที่ต้องการ
    •  v.1.0.10 (27.6 MB)   [ดาว์นโหลด...]
 
 
 
 
 
 
 
ระบบคำแนะนำธาตุอาหาร เฉพาะพื้นที่ สำหรับอ้อย (SimCane) 
    •  เป็นโปรแกรมกึ่งสำเร็จรูปที่พัฒนาบน MS Access 2003 
    •  สามารถเปิดเรียกใช้งานได้ด้วย MS Access รุ่น 2003 ขึ้นไป 
    •  มีคำแนะนำธาตุอาหารเฉพาะพื้นที่ สำหรับอ้อยในพื้นที่ 18 จังหวัด 
    •  มีระบบคำนวณการผสมปุ๋ยจากแม่ปุ๋ยหลัก เพื่อให้ได้ปุ๋ยผสมตามสูตรที่ต้องการ
    •  v.1.0.0 (5.31 MB)   [ดาว์นโหลด...]
 
 
 
 
 
 
 

หนังสือดีที่ควรอ่าน (ดาว์นโหลดฟรี) 
 
 
                                         หนังสือการ์ตูน "รู้จักดิน รู้จักปุ๋ย"
                                         เหมาะสำหรับเกษตรกรทั่วไป ครูสอนนักเรียน และผู้ที่สนใจจะทำการเกษตร  [รายละเอียด...] 
                                         หนังสือ "ธรรมชาติของดินและปุ๋ย"
                                         เหมาะสำหรับเกษตรกรผู้นำ ผู้ที่ต้องการมีความรู้เรื่องดินและปุ๋ยลึกซึ้งมากขึ้น  [
รายละเอียด...]
 

การทดลองการจัดการธาตุอาหารพืชเฉพาะพื้นที่
         พบว่าชาวนาในเขตชลประทานลดปุ๋ยเคมีลงได้ถึง 50% หรือลดค่าปุ๋ย 300-400 บาทต่อไร่   การใช้ปุ๋ย N มากเกินไป    โรคแมลงระบาดมากขึ้น ต้นข้าวล้มง่าย    สูญเสียทั้งค่าใช้จ่ายและผลผลิต    สิ่งแวดล้อมก็เสียหาย การใช้ปุ๋ยถูกต้อง ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 5-10%  สำหรับข้าวโพด และอ้อย ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 20-30%
 
 
ที่มา : ศ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ และคณะ (มีนาคม 2550) และผลิตข้าวและข้าวโพดที่ความชื้น 14% และ 15%
 

 
 
คำแนะนำ
การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
พืชไร่ พืชผัก ไม้ผล และไม้ยืนต้น
 
ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยเคมี
เพิ่มขึ้นร้อยละ 65 จาก 2.6 ล้านตันในปี 2543 เป็น 4.3 ล้านตัน ในปี 2550
ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ของพืชเศรษฐกิจเพิ่มไม่มากนัก และต้นทุนการผลิตเป็นค่าปุ๋ยเคมีสูงถึงร้อยละ 25
ดังนั้น การใช้ปุ๋ยเคมีให้ "ถูกสูตร ถูกปริมาณ ถูกเวลา ถูกวิธี"
จึงเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ  [รายละเอียด...]
 
บทความเว็บบ้านไร่นาเรา
 
คลิปวิดีโอ
 
    นสพ.คมชัดลึก (26 ต.ค. 52)
    นสพ.เดลินิวส์ (20 ต.ค. 52)
    นสพ.คมชัดลึก (19 ต.ค. 52)
    ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 ต.ค. 52
    นสพ.แนวหน้า (6 มี.ค.52) 
    นสพ.เดลินิวส์ (16 ก.พ.52)
 
 
การเก็บตัวอย่างดินเพื่อวิเคราะห์ธาตุอาหารพืช
         1. ตัวอย่างดินต้องเป็นตัวแทนของพื้นที่ที่จะตรวจสอบธาตุอาหารพืชในดิน 
         2. อุปกรณ์และภาชนะที่ใช้ในการเก็บตัวอย่างดินต้องสะอาด
         3. ตัวอย่างดินแต่ละตัวอย่างต้องเป็นตัวแทนของพื้นที่ที่มีความสม่ำเสมอ และขนาดของพื้นที่ ไม่ควรเกิน 50 ไร่
แต่ถ้าพื้นที่มีขนาดใหญ่ ไม่สม่ำเสมอ มีความลาดเทต่างกัน ปลูกพืชต่างชนิดกัน หรือเคยใช้ปุ๋ยต่างกัน ฯลฯ ต้องแบ่งพื้นที่ออกเป็นแปลงย่อยๆ แล้วเก็บตัวอย่างดิน เพื่อให้ได้ตัวแทนของแต่ละแปลงย่อย (1 ตัวอย่าง 1 แปลงย่อย เก็บดิน 15-20 จุด)
         4. การเก็บตัวอย่างดินจะทำเมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าปลูกพืชตามฤดูกาล ควรเก็บตัวอย่างดินก่อนการปลูกพืช เพื่อให้ได้ข้อมูลธาตุอาหารพืชในดินที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด
 
อุปกรณ์และวิธีการ
1. อุปกรณ์
 
2. วิธีการ
   1) แบ่งพื้นที่ออกเป็นแปลงย่อย แล้วกำหนด
หมายเลขแปลงย่อยเหล่านั้น
   2) เดินสุ่มเก็บตัวอย่างให้ทั่วในแต่ละแปลงย่อย
เก็บตัวอย่างดินในแต่ละแปลงย่อย 15-20 จุด
   3) การเก็บตัวอย่างดินแต่ละจุด ใช้พลั่วหรือจอบขุดดินเป็นหลุม รูปคมขวาน หรือรูปลิ่ม ลึกประมาณ
15 ซม. ใช้พลั่วแซะดินด้านหนึ่งของหลุมให้ได้ดิน
เป็นแผ่นหนา 2-3 ซม. ลึก 15 ซม. ตัวอย่างดินที่ได้นี้เป็นดิน 1 จุด แล้วใส่รวมกันในกระป๋องพลาสติก สำหรับไม้ผลหรือไม้ยืนต้น เก็บดินที่ความลึก
0-15 และ 40-50 ซม.
   4) คลุกเคล้าดินในกระป๋องให้เข้ากัน เทลงบน
ผ้าพลาสติก คลุกเคล้าดินให้เข้ากันอีกครั้งหนึ่ง 
กองดินเป็นรูปฝาชี แบ่งดินออกเป็น 4 ส่วน เก็บดินไว้เพียงส่วนเดียว ให้ได้ดินหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม สำหรับใช้ในการวิเคราะห์
   5) ถ้าดินเปียก ตากในที่ล่ม แล้วบดให้ละเอียด
เก็บใส่ถุง และเขียนหมายเลขกำกับไว้